“ปี่เซียะ”วัตถุมงคล ขวัญใจสายมู

ปัจจุบันความเชื่อในเรื่องการเสริมดวงชะตา การมีเครื่องรางของขลังเพื่อป้องกันเภทภัยหรือให้โชคลาภนั้นเป็นกระแสแห่งความนิยมที่เกิดขึ้นทั่วโลก และในประเทศไทยคนรุ่นใหม่ก็มีความเชื่อและความสนใจในเรื่องนี้มากเช่นกันโดยเฉพาะในวงการบันเทิง จนเกิดคำเรียกว่า มูเตลู

ปี่เซี๊ยะ

ทั้งนี้ความหมายที่แท้จริงของมูเตลูเกี่ยวข้องกับอำนาจอันลี้ลับ ไสยศาสตร์ และเครื่องของขลังที่มีความศักดิ์สิทธิ์ โดยสำหรับในไทยแล้วความหมายของคำนี้บ่งบอกถึงการมีความศรัทธา และการทำบุญหรือพิธีกรรมที่ทำเพื่อความเป็นสิริมงคล หรือการใช้เครื่องรางเพื่อเสริมกำลังใจ และเป็นที่นิยมอย่างมากในวงการบันเทิงบ้านเรา และมีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า “สายมู” และในกระบวนเครื่องราง วัตถุมงคลที่สายมูนิยมบูชาในระดับต้นๆ ก็คือปี่เซียะ

xuj

โดยปี่เซียะหรือหมีเซียะ ถือว่าเป็นวัตถุมงคลเสริมดวงในด้านการเงินและยังเหมาะสำหรับคนเกิดปีชงที่ควรมีไว้บูชา

ปี่เซียะนั้นถือกันว่าเป็นสัตว์มงคลที่จะช่วยบรรดาลโชคลาภให้กับคนที่ศรัทธาและหามาบูชา ในความเชื่อด้านฮวงจุ้ยของจีนนั้นถือว่าปี่เซียะเป็นสัตว์มงคลที่มีคุณสมบัติครบตามหลักเบญจธาตุคือทอง น้ำ ไม้ ดินและไฟ

ทองก็คือลักษณะสี่เท้าอันทรงพลัง

น้ำคือเขาและลำตัวคือกวางที่มีความอ่อนช้อย

ไฟคือปีกของพญานกผู้มีความแข็งแกร่ง

ไม้บ่งบอกถึงศีรษะของมังกรผู้เปี่ยมไปด้วยพลัง

และดินคือหางแมวซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์ช่วยกวักโชคลาภและเงินทอง

สายมู1

ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วในในปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นยุค 8 อันหมายถึงว่าเป็นยุคของธาตุดิน โดยเริ่มยุคนี้ระหว่างปีพ.ศ.2547-2566 และสัตว์มงคลประจำยุคก็คือสุนัขและปี่เซียะนั่นเอง เพราะอย่างนี้จึงกลายเป็นวัตถุมงคลที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจกันมาก

ปี่เซียะไม่มีรูทวารซึ่งให้ความหมายว่ามีแต่รับเข้าไม่มีออก ซึ่งสอดคล้องกับโชคลาภและเงินทองที่ผู้บูชาจะได้แต่รับเข้ามาไม่มีผ่องถ่ายออกอย่างแน่นอน นอกจากผู้คนแล้วบริษัทที่ทำธุรกิจหรือร้านค้าก็นิยมบูชาเพื่อให้กิจการมีความรุ่งเรือง มั่งคั่ง มีโชคลาภรวมไปถึงเกียรติยศชื่อเสียง

pexi

นอกจากนั้นแล้วความหมายอีกอย่างของสัตว์มงคลอย่างปี่เซียะนั้นไม่เพียงแต่เรียกทรัพย์แล้วยังช่วยปกป้องสิ่งชั่วร้ายออกไปด้วย เพราะคำว่า “ปี่” มีความหมายว่าปิดหรือซ่อนเร้น ส่วนคำว่า “เซียะ” นั้นก็คืออาถรรพ์ คุณไสยหรือว่าภูตผีปีศาจ เมื่อเอาสองคำมารวมกันจึงมีความหมายว่าการป้องกันคุณไสยและสิ่งชัวร้ายออกไปนั่นเอง

ในประเทศจีน ไต้หวัน ฮ่องกงและมาเก๊ามีพ่อค้า นักธุรกิจ บริษัทห้างร้านต่างๆ ให้ความศรัทธาหามาไว้บูชา โดยอาจจะตั้งรูปปั้นปี่เซียะไว้ทางเข้าที่ตั้งบริษัท ส่วนร้านค้าก็มีทั้งตั้งไว้หน้าร้านหรืออาจจะพกติดตัว

สำหรับในประเทศไทยนั้น นักแสดงในวงการบันเทิงจำนวนมากก็พกปี่เซียะไว้ติดตัวเช่นกัน และช่วยจุดกระแสสายมูจนโด่งดังอยู่ในทุกวันนี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจอ่าน