หลวงพ่อพรหม ยอดเกจิ คงกระพัน ชาตรี

กราบขอพร หลวงพ่อพรหม ดิสสเทโว วัดขนอนเหนือ อ.บางปะอิน อยุธยา สุดยอดพระเกจิอาจารย์ด้านคงกระพัน

วัดขนอนเหนือตั้งอยู่ริมคลองห้วยกรดอันเป็นที่ตั้งของด่านเก็บภาษีอากร เป็นสถานที่ซึ่งสมเด็จพระนเรศวรฯพระราชทานให้แก่นายประทุม พระสหายชาวมอญที่ติดตามพระองค์มาจากพม่า และร่วมในการกู้อิสรภาพเมื่อปี 2127 ต่อมานายประทุมได้เป็นนายด่านใหญ่ที่ด่านแห่งนี้ ได้สร้างวัดชื่อวัดประทุมสิงขร ต่อมาเปลี่ยนเป็น วัดขนอนเหนือ

หลวงพ่อพรหม ดิสสเทโว วัดขนอนเหนือ

วัดแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นวัดของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองกรุงเก่าคือหลวงพ่อพรหม ดิสสเทโว ซึ่งเป็นที่เคารพนับถืออย่างสูงของชาวอยุธยา

สำหรับประวัติของหลวงพ่อพรหมท่านเกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.  2456 และอุปสมบทเมื่อพ.ศ. 2479  ขณะมีอายุได้ 23 ปี โดยมีพระครูสารกิจ (ฝัก) วัดทำเลไทย อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยาเป็นพระอุปัชฌาย์,พระอาจารย์ชุ่มแห่งวัดขนอนเหนือ เป็นพระกรรมวาจาจารย์  และพระอาจารย์ทอง วัดขนอนเหนือ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

วัดขนอนเหนือ อ.บางปะอิน อยุธยา

ท่านได้ชื่อว่าเป็นพระเกจิที่มีความเข้มขลังทางด้านพุทธาคม โดยรับการถ่ายทอดมาจากโยมสุวรรณผู้เป็นบิดามาตั้งแต่ตอนเด็กๆ และได้เรียนรู้จากตำราของขรัวแสง วัดเสาประโคนสหธรรมิก หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ทำให้ท่านได้ชื่อว่าศึกษาและมีอาคมขลังมาตั้งแต่วัยหนุ่ม แม้กระทั่งเมื่ออุปสมบทแล้ว ก็ได้ศึกษาหาความรู้จากพระอาจารย์ในยุคนั้นหลายท่าน เช่น หลวงปู่ฟัก วัดทำเลไทย หลวงปู่อ่ำ วัดงิ้วงาม หลวงพ่อขัน วัดนกกระจาบ ฯลฯ

ความตั้งใจศึกษาด้านความเข้มขลังด้านพุทธาคมและสมาธิจิตของท่านนั้นแม้แต่ หลวงพ่อจง  วัดหน้าต่างนอก ,หลวงปู่โต๊ะ  วัดประดู่ฉิมพลี,หลวงพ่อหน่าย  วัดบ้านแจ้ง และ หลวงปู่สี วัดสะแก ยังให้การยกย่องแทบทั้งสิ้น

เหรียญเสมารุ่นแรก

หลวงพ่อพรหมเริ่มจัดสร้างวัตถุมงคลเป็นครั้งแรกเมื่อพ.ศ.2494 โดยเป็นเหรียญเสมารุ่นแรก ต่อมาจึงจัดสร้างเหรียญเป็นรูปพระนารายณ์ในลักษณะต่างๆ ต่อมาจึงเป็นเหรียญหนุมาณ,เหรียญสิงห์ โดยวัตถุมงคลที่ท่านจัดสร้างขึ้นมีชื่อเสียงในด้านเป็นของขลังด้านแคล้วคลาด คงกะพัน รวมทั้งเมตตามหานิยม ไม่ว่าจะเป็นเหรียญนารายณ์ทรงศาสตราวุธ เหรียญหนุมานออกศึก ตะกรุดโทนเก้ายอด โสฬสมงคล ฯลฯ

หลวงพ่อพรหมร่างไม่เน่าเปื่อย

หลวงพ่อพรหม  วัดขนอนเหนือ  ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 27  มกราคม  พ.ศ.  2534  รวมสิริอายุได้  78  ปี   โดยว่าแม้ท่านจะละสังขารเมื่อ 27 ม.ค. 2534 สิริอายุ 78 ปี แต่สังขารไม่เน่าเปื่อย โดยมีผ้าแพรสีเหลืองห่มร่างไว้และมีเครื่องอัฐบริขารรวมถึงของใช้ตั้งอยู่ โดยทางวัดนำใส่โลงแก้วให้ประชาชนได้กราบสักการบูชาเป็นสิริมงคลทุกวัน

เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน