สักการะ 2 พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ อยุธยา

สักการะ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ในอยุธยา ทั้งพระมงคลบพิตร วิหารพระมงคลบพิตรและพระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ วัดหน้าพระเมรุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาถือว่าเป็นจังหวัดที่มีวัดเก่าแก่จำนวนมาก บางวัดก็ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรม และบางวัดก็มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางไปกราบไหว้และชื่นชมความงดงามกันมาก

วิหารพระมงคลบพิตร

และหนึ่งในนั้นก็คือการเดินทางไปกราบไหว้พระมงคลบพิตรในวิหารพระมงคลบพิตร พระมงคลบพิตร เป็นพระพุทธรูปโบราณขนาดใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของเมืองไทย ขนาดหน้าตักกว้าง 9 เมตร 55 เซนติเมตร สูงเฉพาะองค์ 12 เมตร 45 เซนติเมตร สันนิษฐานว่าสร้างระหว่างปี 1991-2145 องค์พระก่อด้วยอิฐแล้วหุ้มสัมฤทธิ์แผ่น

ต่อมาได้มีการสร้างวิหารครอบในปี 2236 ครั้นแผ่นดินพระเจ้าเสือ ปี 2249 เกิดฟ้าผ่ายอดมณฑปทำให้ไฟไหม้ยอดทรุดลงมาต้องพระศอหัก พระเจ้าเสือจึงโปรดให้มีการบูรณะใหม่เป็นมหาวิหาร และมีการต่อพระเศียรใหม่ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

พระมงคลบพิตร

เมื่อปี 2285 ลุมาถึงปี 2310 พระวิหารถูกข้าศึกเผาทำให้ยอดมณฑปพังลงมาต้องพระเมาฬีและพระกรขวา ต้องถูกทิ้งไว้นานจนมาบูรณะอีกครั้งให้เหมือนเดิมในปี 2499

เชื่อกันว่า พระมงคลบพิตร น่าจะเป็นพระพุทธสยมภูวญาณโมฬี ตามคำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม ที่กล่าวว่ามีพระพุทธรูปหน้าตัก 16 ศอก หล่อด้วยทองเหลืองอยู่ในวิหารวัดสุมงคลบพิตร ต่อมาเรียกชื่อวัดย่อลงเป็นวัดมงคลบพิตร เป็นพระปฏิมาศักดิ์สิทธิ์คู่กรุงศรีอยุธยาและประเทศไทย ที่ผู้คนต่างเดินทางไปกราบไหว้บูชาเป็นสิริมงคลชีวิตและครอบครัว

ส่วนอีกแห่งที่ห้ามพลาดก็คือการเดินทางไปสักการะพระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ วัดหน้าพระเมรุ อยุธยา พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อายุกว่า 500 ปี ซึ่งเป็นวัดเดียวในอยุธยาไม่ถูกพม่าทำลาย

พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ

พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ เป็นพระพุทธรูปปางมาวิชัย หล่อด้วยทองสำริดทรงเครื่องกษัตริย์ ขนาดหน้าตักกว้าง 8 เมตรเศษ สูง 6 เมตรเศษ ลงรักปิดทอง ประดิษฐานในพระอุโบสถ ได้ชื่อว่าเป็นพระทรงเครื่องที่มีขนาดใหญ่องค์หนึ่งของกรุงศรีอยุธยา มีลักษณะงดงามทางพุทธศิลป์ยิ่ง

วัดหน้าพระเมรุ สร้างเมื่อปี 2046 ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 รัชกาลที่ 10 ของกรุงศรีอยุธยา พระราชทานนามว่า วัดพระเมรุราชิการาม แต่ชาวบ้านเรียกว่าวัดหน้าพระเมรุ

วัดพระเมรุราชิการาม

เป็นวัดที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในปี 2303 พระเจ้าอลองพญายกทัพมาตีกรุงศรีฯ เอาปืนใหญ่มาตั้งที่หน้าวัด พระเจ้าอลองพญาทรงจุดปืนใหญ่เองแต่ปืนแตกทำให้บาดเจ็บสาหัส ต้องเดินทางกลับพม่าและสิ้นพระชนม์ระหว่างทาง ทำให้ชาวบ้านเชื่อกันว่าด้วยบุญญาบารมีของพระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถทำให้กรุงศรีอยุธยารอดพ้นจากข้าศึกมาโดยตลอด

ปัจจุบันเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยต่างเดินทางมาสักการะบูชาเป็นสิริมงคล อีกทั้งวัดแห่งนี้เป็นวัดเดียวในอยุธยาที่ไม่ถูกทำลายในคราวสงครามเสียกรุง

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ